ผลข้างเคียงของยาอิมมาตินิบ
จากการศึกษาทางคลินิกพบว่า ผู้ป่วยหลายรายมีผลข้างเคียงในระดับอ่อนถึงปานกลางเกิดขึ้นจากการใช้ยาอิมมาตินิบ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (92%) ไม่มีผลข้างเคียงของยาจนถึงขั้นต้องหยุดยา ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดจากการใช้ยานี้ได้แก่ ภาวะบวม (fluid retention) ท้องเสีย คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ปวดเกร็งกล้ามเนื้อ ปวดท้อง ผื่นผิวหนัง บางครั้งพบว่าผลข้างเคียงดังกล่าวอาจมีความร้ายแรงได้ นอกจากนี้มีบางรายงานของผลข้างเคียงอื่นที่มีความร้ายแรง เช่น ตับทำงานผิดปกติ จำนวนเม็ดเลือดลดลง เลือดออกในลำไส้ ซึ่งแพทย์ที่รักษาท่านอยู่จะตรวจสอบเลือดท่านเป็นระยะเพื่อช่วยในการติดตามภาวะข้างเคียงดังกล่าว
เนื่องจากการติดตามผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการรักษาด้วยยานี้ยังอยู่ในระยะสั้น จึงยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยของการใช้ยาในระยะยาว ดังนั้นโปรดแจ้งให้แพทย์ที่รักษาท่านอยู่ทราบหากเกิดผลข้างเคียงใด ๆ ขึ้นก็ตาม ระหว่างที่ท่านได้ยาอิมมาตินิบ ผลข้างเคียงเหล่านี้รวมถึงอาการไข้ หายใจขัด เลือดออกทางอุจจาระ ตาหรือผิวหนังมีสีเหลือง เป็นต้น
ภาวะน้ำคั่ง
ภาวะน้ำคั่ง หรือ บวมน้ำ (edema) เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดจากการใช้ยาอิมมาตินิบ ผู้ป่วยบางรายอาจตรวจพบอาการบวมบริเวณหนังตา บางรายอาจบวมบริเวณข้อเข่าและขา บางครั้งอาจตรวจพบน้ำคั่งบริเวณปอดและท้อง แพทย์ที่รักษาท่านอยู่จะคอยติดตามอย่างใกล้ชิดและชั่งน้ำหนักท่านเป็นประจำเพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงขั้นร้ายแรง หรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิต
หากท่านสังเกตว่ามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือบวมบริเวณใด ๆ ของร่างกายขณะที่ได้ยาอิมมาตินิบอยู่ โปรดแจ้งให้แพทย์ที่รักษาท่านอยู่ทราบ ท่านอาจจะได้รับยาขับปัสสาวะ เพื่อลดปริมาณน้ำภายในร่างกาย
อาการท้องเสีย
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการท้องเสีย หากท่านมีอาการท้องเสียเกิดขึ้นขณะที่ได้ยาอิมมาตินิบอยู่ โปรดติดต่อแพทย์ก่อนที่ท่านจะรับประทานยาใดก็ตาม ปกติอาการท้องเสียที่พบจะไม่รุนแรง และรักษาได้ด้วยยารักษาอาการท้องเสียทั่วไป
อาการคลื่นไส้และอาเจียน
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน การรับประทานยาอิมมาตินิบพร้อมอาหาร และดื่มน้ำตามมาก ๆ อาจช่วยบรรเทาอาการลงได้
อาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อ (ตะคริว)
ผู้ป่วยบางรายที่ได้รับยาอิมมาตินิบอาจมีอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อ หากท่านมีอาการนี้เกิดขึ้นโปรดติดต่อแพทย์ที่รักษาท่านอยู่ อาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อนี้ปกติจะไม่รุนแรงและรักษาได้โดยการเสริมแคลเซียม
อาการปวดท้อง
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดท้อง หากท่านมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น โปรดติดต่อแพทย์ที่รักษาท่านอยู่
ผื่นผิวหนัง>
ผู้ป่วยบางรายอาจตรวจพบผื่นผิวหนัง หากท่านพบว่าผิวหนังมีลักษณะเป็นรอยปื้นแดง มีอาการคัน พุพอง โปรดติดต่อแพทย์ที่รักษาท่านอยู่ ท่านอาจได้รับยาบางชนิดเพื่อช่วยบรรเทาอาการผื่นดังกล่าว เช่น ยาต้านฮีสตามีน (antihistamine) หรือยาทาคอร์ติโคสเตอรอย หากใช้ยาดังกล่าวแล้ว ไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการผื่นลงและกลับมีอาการรุนแรงขึ้น แพทย์อาจพิจารณาหยุดยาอิมมาตินิบ
อาการปวดกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อขณะที่ได้ยาอิมมาตินิบ หากเกิดอาการดังกล่าวโปรดติดต่อแพทย์ที่รักษาท่านอยู่
เลือดออกในทางเดินอาหาร>
ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารขณะที่ได้ยาอิมมาตินิบ หากท่านสังเกตว่ามีเลือดออกมากับอุจจาระ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
การใช้ยาอิมมาตินิบร่วมกับยาอื่น
ยาอิมมาตินิบอาจส่งผลหรือได้รับผลจากการใช้ร่วมกับยาอื่นโดยผลที่เกิดขึ้น โดยอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาอิมมาตินิบ หรือยาอื่นที่ใช้ร่วมด้วยลดลง หรืออาจทำให้ยามีความแรงมากขึ้น และเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการ ยาที่มีรายงานว่าสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยาเมื่อให้ร่วมกับอิมมาตินิบ ได้แก่ acetaminophen (หรือยาพาราเซตามอล) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรบางชนิด เช่น St.Johns Wort ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (warfarin) ยากันชัก (phenytoin) ยาปฏิชีวนะ (erythromycin) เป็นต้น ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ท่านจะต้องบอกให้แพทย์ทราบว่าท่านกำลังใช้ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอะไรอยู่บ้าง
หากท่านตั้งครรภ์
ไม่ควรใช้ยาอิมมาตินิบในหญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร โปรดพูดคุยกับแพทย์หรือพยาบาลในประเด็นนี้ก่อนที่ท่านจะเริ่มใช้ยาอิมมาตินิบ
ท่านต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
เนื่องจากยาอิมมาตินิบเป็นยาในรูปรับประทาน ดังนั้นความรับผิดชอบที่สำคัญสำหรับท่านคือ ท่านต้องรับประทานยาในขนาดที่ถูกต้องตามแพทย์สั่งทุกวัน หากท่านรับประทานยาแล้วมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นโปรดติดต่อและแจ้งให้แพทย์ที่รักษาท่านอยู่ทราบ สิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับท่านก็คือ ท่านต้องรับประทานยานี้อย่างต่อเนื่อง เว้นแต่แพทย์จะสั่งให้หยุดยา การรับประทานยาตามแพทย์สั่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ได้ผลการรักษาที่เหมาะสม หากท่านรู้สึกท้อถอย โปรดพูดคุยกับแพทย์ พยาบาล เพื่อนหรือสมาชิกภายในครอบครัวท่าน โดยบอกกล่าวความรู้สึกที่เกิดขึ้นให้บุคคลเหล่านั้นทราบ ทั้งนี้การได้รับความช่วยเหลือทางด้านอารมณ์และจิตใจระหว่างการรักษามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการได้รับความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์
สรุปการดูแลอาการข้างเคียงจากการใช้ยาอิมมาตินิบ
| ลักษณะข้างเคียงที่พบบ่อย |
ลักษณะอาการ |
การดูแล |
| อาการหรือคั่งของน้ำ |
มักพบว่ามีอาการบริเวณนิ้วและข้อเท้า รวมถึงมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอาการบวมดังกล่าวมมักสังเกตุเห็นได้ชัด ในช่วงตอนเช้านอกจากนี้ยังอาการ บวมบริเวณรอบตา
|
* พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรถเค็มมีเกลือโซเดี่ยวผสมอยู่
* ถ้าบริเวรข้อมือมีอาการบวมมาก ให้ปรึกษาแพทย์(ซึ่งอาจต้องได้รับการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ หรือยาทาสเตอร์รอยด์ เพื่อลดอาการบวม)
* ถ้าพบว่ามีอาการเจ็บหน้าอกหรือหายใจไม่สะดวกหรือไอค่อนข้างมาก ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที |
| อาการคลื่นไส้ อาเจียน |
อาการดังกล่าวมักเกิดขึ้นเมื่อรับประทานอาหารยาอิมมาตนิบตอนท้องว่างกรือแม้นกระทั่งรับประทานยา หลังจากอาหารเช้าเมื้อเบาๆ เช่นขนมปัง กับชา ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอในการช่วยให้อาการดีขึ้น |
* ควรรับประทานยาพร้อมอาหารหรือหลังอาหารมื้อหลักและตามด้วยน้ำประมาณ 1-3 แก้ว ถ้าท่านไม่ค่อยรับประทานอาหารเช้า อาจเปลี่ยนการรับประทานยาเป็นช่วงกลางวันหรือเย็นก็ได้
* ถ้าจำเป็นต้องรับประทายยาในช่วงก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
* ถ้ายังมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอยู่ ควรปรึกษาแพทย์(อาจต้องได้รับการรักษาด้วยยาต้านอาเรียน) |
| อาหารไม่ย่อย |
มักพบอาการอาหารไม่ย่อยในผู้ป่วยบางราย |
* เพื่อลดอาการอาหารไม่ย่อย ท่านควรรับประทานยา พร้อมอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 1-2 แก้ว แต่ถ้ายังมีอาการอยู่ให้ปรึกษาแพทย์(อาจต้องได้รับการรักษาด้วยยาช่วยย่อย) |
| อาการท้องเสีย |
พบบ่อยอาการท้องเสียมักเกิดกลังจากรับประทานอาหารบางชนิดเช่น อาหารรสเผ็ด |
* อาจจำเป็นต้องดูอลเรื่องอาหารการกินมากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงอาหารมันหรือเผ็ดจัด |
| อาการปวดตามข้อ |
อาการปวดข้อมมักเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว มักเกิดขึ้นในระยะเริ่มแรกที่ได้รับการรักษา เมื่อเวลาผ่านไปมักมีอาการดีขึ้น |
* ถ้าพบอาการปวดกล้ามเนื้อ กระดูกข้อต่อ ควรปรึกษาแพทย์ ระวังการรับประทานยาพาราเซตามอลกับยาอิมมาตินิบ ดั้งนั้นควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนรับประทานยาแก้ปวด |
| อาการแกร็ง ตะคริว |
อาการแกร็ง ตะคริว มักเกิดขึ้นในระยะเริ่มแรกที่ได้รับการรักษา เมื่อเวลาผ่านไปมักมีอาการดีขึ้น |
* อาจใช้การประคบร้อนช่วย อาจปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเพื่อใช้วิธีอื่นๆ ในการบรรเทาอาการ |
| อาการคัน ตามผิวหนัง หรือผื่นคัน |
อาจพบอาการคันผิวหนัง มักเกิดขึ้นระยะเริ่มแรกที่ได้รับการรักษา นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการผิวหนังได้ง่ายเมื่อโดนแสงแดดจัด |
* พยายามเลี่ยงแสงแดดโดยตรง ถ้าพบว่ายังมีอาการอยู่ให้ปรึกษาแพทย์ (อาจได้รับการรักษาด้วย ยาแก้เแพ้ยาทาสเตอรอยด์หรือยาทาแอนตี้ ฮีสตามีน |
| ปวดศีรษะ |
มักพบในผู้ป่วยบางราย โดยมีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง |
* ระวังการรับประทานยาพาราเซตามอลร่วมกับยาอิมมาตินิบ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
* ไม่ควรรับประทานยาด้วยตนเองหรือเปลี่ยนแปลงขนาดยาด้วยตัวเอง ปราศจากคำสั่งของแพทย์ |
อ้างอิงจาก เอกสารเผยแพร่ มะเร็งของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร (จีสต์) โดย ผศ. นพ. วิเชียร ศรีมุนินทร์นิมิต |